วันอาทิตย์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2553

รีวิวกล้องวงจรปิด AVC796 (8 CH) และ AVC798 (16 CH)


รีวิวกล้องวงจรปิด AVC796 (8 CH) และ AVC798 (16 CH)
หลังจากที่เราทำความรู้จักกับ AVC791 ซึ่งเป็นน้องเล็กสุดของเทคโนโลยี H.264 แล้วคราวนี้เราลองมาดูรุ่นพี่กันบ้างครับซึ่งเป็นรุ่น AVC796 (8 CH) และ
AVC798 (16 CH)
รีวิวกล้องวงจรปิด AVC796 (8 CH) และ AVC798 (16CH)
คุณสมบัติเด่นของ AVC796 (8 CH) และ AVC798 (16 CH) คือ เทคโนโลยี H.264 ที่ทำการบีบอัดไฟล์ที่บันทึกให้มีขนาดเล็กลงมากกว่า เมื่อเทียบกับ MPEG 4 แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้คุณภาพของภาพที่ทำการบันทึกด้อยลงกว่าเดิม และด้วยขนาดของไฟล์ที่เล็กลงนี่เองทำให้การบันทึกมีความยาวนานขึ้น เวลาดูผ่าน Internet มีความเร็วมากขึ้นกว่าเดิม เพราะใช้ Bandwidth ที่ต่ำลง
รีวิวกล้องวงจรปิด AVC796 (8 CH) และ AVC798 (16CH)
AVC796 (8 CH) และ AVC798 (16 CH) ยังคงรักษามาตรฐานรูปร่างหน้าตารวมถึงขนาด ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะตัวของ AVTECH ด้านหน้าของตัวเครื่องประกอบไปด้วย ช่อง Drive DVD เพื่อใช้ในการ Back Up File ไฟแสดงสถานะต่างๆของเครื่องทำงานด้วยหลอด Led สีฟ้าสวยงาม ปุ่มเลือก Chanel ของกล้อง รวมทั้งปุ่มควบคุมการทำงานต่างๆของตัวเครื่อง ทำให้ง่ายต่อการใช้งาน สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยนั่นคือ Port USB เพื่อใช้ในการ Back Up File ผ่านทาง Flash Drive
รีวิวกล้องวงจรปิด AVC796 (8 CH) และ AVC798 (16CH)
ด้านหลังของตัวเครื่องยังคงครบถ้วนกับ Port ต่างๆที่พร้อมรองรับการทำงาน ไม่ว่าจะเป็น Port Input เพื่อรับสัญญาณจากกล้อง Port Loop เพื่อนำสัญญาณกล้องนั้นไปใช้งาน Port Monitor และ Port Callเพื่อทำการแสดงผล Port Lan เพื่อใช้เชื่อมต่อระบบเน็ตเวิร์ค External I/O,RS 485 แบบ RJ 11 สำหรับควบคุมกล้อง PTZ ช่องต่อ Audio Input ที่มีมากถึง 4 Port และ Audio Output 2 Port และยังมี Port VGA ที่สามารถต่อกับ LCD Monotor ได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้ตัวแปลง
รีวิวกล้องวงจรปิด AVC796 (8 CH) และ AVC798 (16CH)

ลองดูภายในตัวเครื่องกันบ้างครับ เมื่อเปิดฝาขึ้นมาจะพบกับ เทคโนโลยีที่บรรจุอยู่ภายในตัวเครื่องอัดแน่นไปด้วยคุณภาพ มาตรฐานการทำงาน ถาดใส่ Hdd ที่มีมาให้ 2 ตัว รองรับกับ Hdd ขนาด 1 TB

รีวิวกล้องวงจรปิด AVC796 (8 CH) และ AVC798 (16CH)
เมื่อถอดสายที่รกรุงรังออกไปสิ่งแรกที่เราเห็นได้เด่นชัดเลยครับ Mainboard ขุมพลังการทำงานแรงขับเคลื่อนเทคโนโลยี H.264 เพื่อให้ได้คุณภาพและประสิทธิภาพสูงสุด แก่ผู้ใช้งาน DVD Drive เพื่อความสะดวกในการ Back Up ข้อมูลเพื่อนำไปใช้งานต่างๆ และที่ขาดไม่ได้เลยระบบระบายความร้อนของตัวเครื่องซึ่งใช้พัดลมที่มีความเร็วรอบสูงทำงานด้วย Ball Baring แต่กลับให้ความเงียบแบบที่คาดไม่ถึง
รีวิวกล้องวงจรปิด AVC796 (8 CH) และ AVC798 (16CH)
นี่คือภาพที่ได้จากเทคโนโลยี H.264 เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับ MPEG4 จากกล้องตัวเดียวกัน มุมเดียวกัน ที่เวลาเดียวกัน เราจะเห็นว่าความละเอียดของภาพที่ได้แตกต่างอย่างเห็นได้ชัด
จุดเด่นของ AVC796 (8 CH ) และ AVC798 (16 CH )
1. ด้วยความที่เป็นเทคโนโลยี H.264 จึงทำให้คุณภาพในการดูผ่าน Internet มีความเร็วที่มากกว่า MPEG 4 รวมทั้งความประหยัดพื้นที่ของ HDD ที่ใช้ในการบันทึกทำให้เราสามารถบันทึกได้นานขึ้นมากกว่าเดิม เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีอื่น
2. ภาพ Play Back* เมื่อนำภาพที่บันทึกมา Play Back ย้อนหลังจะเห็นถึงความแตกต่าง คุณภาพของภาพที่ออกมาจะมีความคมชัดมากขึ้นทำให้ไม่พลาดในการติดตามเหตุการณ์ที่สำคัญที่สุดที่คุณต้องการ
3. *Play Back ได้พร้อมกันครั้งละ 4 CH

วันอังคารที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2553

CCD vs CMOS ใครคือผู้ชนะ

CCD
ในกล้องทุกตัว แน่นอนหัวใจสำคัญที่สุดอันหนึ่งที่จะทำให้กล้องตัวนั้นถ่ายทอดรูปออกมาได้ สวยก็คงหนีไม่พ้น Sensor รับภาพ ซึ่งมีหน้าที่รับแสงที่เข้ามาแล้วเปลี่ยนค่าแสงนั้นๆเป็นสัญญาณดิจิตอล ซึ่งในปัจจุบันก็คงมี Sensor รับภาพอยู่เพียง 2 แบบใหญ่ๆเท่านั้น ซึ่งก็คือ CCD (ซีซีดี) และ CMOS (ซีมอส) ที่เป็นคู่แข่งที่สำคัญในท้องตลาด
CCD - CCD ย่อมาจาก Charge Coupled Device เป็น Sensor ที่ทำงานโดยส่วนที่เป็น Sensor แต่ละพิกเซล จะทำหน้าที่รับแสงและเปลี่ยนค่าแสงเป็นสัญญาณอนาล็อก ส่งเข้าสู่วงจรเปลี่ยนค่าอนาล็อกเป็นสัญญาณดิจิตอลอีกที

ประเทศผู้ผลิต

ปัจจุบันสินค้าที่ผลิตในประเทศไต้หวัน เป็นที่ได้รับการยอมรับในด้านคุณภาพและราคา ทำให้เป็นที่นิยมในปัจจุบัน แต่สินค้าจากประเทศจีน ที่บริษัทต่างๆ นำเข้ามาขายจะเน้นราคาถูก ทำให้สินค้าไม่มีคุณภาพอายุการใช้งานสั้นมาก 3 เดือน - 2 ปี ทางที่ดี เน้นสินค้าที่ผลิตจากประเทศไต้หวันเป็นหลัก จะดีกว่า
อุปกรณ์ที่ใช้

สินค้าหลักที่ใช้ในระบบกล้องวงจรปิดมี 2 รายการ คือ

กล้องวงจรปิด แบ่งเป็น 3 ชนิดหลักๆ คือ
1. กล้องแบบโดม
เหมาะสำหรับใช้ในอาคาร ที่แสงสว่างไม่เปลี่ยนแปลง ราคาถูก

2. กล้องแบบทรงเหลี่ยม ( CS - MOUNT)

เหมาะสำหรับใช้ทั้งภายใน และภายนอก ต้องใช้คู่กับเลนส์ ซึ่งสามารถเปลี่ยนขนาดโฟกัสของเลนส์ได้ ทำให้ได้ภาพ ที่คมชัดตามพื้นที่ที่ต้องการ
3. กล้อง INFARED
เหมาะสำหรับใช้ทั้งภายในและภายนอก โดยเฉพาะพื้นที่ที่มืดสนิทในตอนกลางคืน เพราะมีหลอด INFARED ผลิต ความถี่ให้เห็นในที่มืดสนิทได้
อุปกรณ์บันทึกภาพ ต้องพิจารณาคุณลักษณะหลักๆ คือ
1. ชนิดของอุปกรณ์บันทึกภาพ
แบบ PC BASE จะใช้ในโปรแกรม MS Office มีแบบเป็น CARD และแบบผลิตสำเร็จมาพร้อม Computer จะมี คุณสมบัติมากมายเหมือน Computer
แบบ STANDALONE เป็นแบบที่เป็นตัวเครื่องผลิตสำเร็จรูปมาจากโรงงาน มีคุณสมบัติครบถ้วนราคาถูก
2. ความเร็วของภาพที่ดูจากจอภาพ / ความเร็วในการบันทึกภาพ จะพิจารณาเป็น ความเร็วภาพ/วินาที ( Frame) ถ้ามีความเร็วสูง ภาพจะดูต่อเนื่องแต่เปลือง Memory ใน Harddisk มาก
3. มาตรฐานในการบีบอัด ( Compression) ของภาพมาตรฐานที่เป็นที่นิยมกันหลักๆ มีดังนี้ MPEG4 , MJPEG และ H.264 MPEG4 เป็นที่นิยมสูงสุด เพราะใช้พื้นที่ในการบันทึกน้อย
4. การดูภาพผ่าน Internet / Lan ควรจะสามารถดูผ่าน Internet / Lan ได้ การรับประกันสินค้า จะต้องขอ เอกสาร เงื่อนไข การรับประกัน สินค้าจากบริษัทที่จำหน่าย เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน การติดตั้ง มีความสำคัญมากไม่น้อยกว่าการเลือกสินค้า สายที่ใช้ในการติดตั้งมี 2 ชนิดคือ
1. สายไฟฟ้า จะต้องใช้สายที่ได้มาตรฐาน มอก. ระวังผู้ขายที่ขาดความรับผิดชอบจะใช้สายโทรศัพท์แทนสายไฟฟ้า ซึ่งจะทำให้สายร้อนและเกิดอัคคีภัยได้
2. สายสัญญาณใช้สาย RG6 ที่ได้มาตรฐาน โดยจะต้องใช้สาย SHIELD 90% ขึ้นไป ควรจะใช้ยี่ห้อ มาตรฐาน เพราะถ้าใช้สายถูก ราคาเมตรละ 5 - 8 บาท จะ SHIELD ต่ำ 60% จะใช้งานได้ไม่นาน ภาพของกล้องจะเกิดสัญญาณ รบกวน ต้องเดินสายใหม่ทั้งหมด งานติดตั้งจะต้องตรวจสายที่ติดตั้งจริงก่อนชำระการติดตั้ง การติดตั้งสำคัญมาก ถ้าต้องรื้อและเดินสายใหม่จะเป็นเรื่องใหญ่มาก

การเลือกบริษัทที่จำหน่าย

ปัจจุบันธุรกิจกล้องวงจรปิดบูมมากทำให้บริษัทขายกล้องวงจรปิดเกิดมาก ทำให้มีการแข่งขันสูง มีผู้ขายบางราย หลอกลวงลูกค้า บางรายปิดกิจการไป โดยมีปัญหาต่างๆ พอสรุปดังนี้

1. นำสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน มาจำหน่าย โดยเฉพาะสินค้าจากประเทศจีน ปัจจุบันสินค้าจีนที่มี คุณภาพดีมีจำนวนมาก แต่ราคาจะใกล้เคียงสินค้าจากประเทศไต้หวันบางครั้งมีการแอบอ้างว่าผลิต ในประเทศไต้หวัน แต่เป็นสินค้าคุณภาพ ต่ำจากประเทศจีน ส่วนใหญ่ลูกค้าที่พิจารณาแต่ราคาจะประสบปัญหา ซื้อไปแล้วใช้ไม่ได้นาน สินค้าจะชำรุดเร็วมาก
2. ผู้ขายไม่บริการหรือบริการช้ามาก เนื่องจากผู้ขายไม่ได้นำเจ้าโดยตรง หรือผู้นำเข้าเลิกกิจการ จะต้องพิจารณาความมั่นคงของผู้ขาย หรือผู้นำเข้าเป็นสำคัญ
3. การติดตั้งที่ไม่ได้มาตรฐาน ใช้สายไฟและสายสัญญาณ ที่ไม่ได้มาตรฐานมาติดตั้ง ทำให้ภาพที่ปรากฏไม่ชัดเจน หรือใช้ได้ไม่นาน ภาพก็ไม่ชัดรวมถึงการไม่รับผิดชอบเกี่ยวกับ การติดตั้ง ควรระวังเรื่องการติดตั้งเป็นเรื่องสำคัญมาก
สรุป
เลือกซื้อสินค้าที่มีคุณภาพดี ในราคามาตรฐานพิจารณาชนิด ประเภทของสายที่ใช้ในการติดตั้งอย่างละเอียด ซื้อสินค้า จากบริษัทที่น่าเชื่อถือเป็นมืออาชีพ เป็นผู้นำเข้าหรือตัวแทนของผู้นำเข้าที่ได้รับมาตรฐานรับรอง อาทิ บริษัทที่ได้รับรองมาตรฐาน ISO 9001 : 2000 รวมถึงอายุการรับประกันสินค้าถ้านาน จะเป็นหลักประกันในการให้บริการ
สุดท้ายนี้ ควรไปชมการสาธิตสินค้าที่บริษัทผู้ขาย เพื่อจะได้เห็นคุณภาพสินค้าด้วยตาของเราเอง อีกทั้งจะได้เห็น กิจการของผู้ขายว่ามีความมั่นคง และมีบุคคลากร พร้อมที่จะให้บริการแก่ท่านหรือไม่ เพราะว่าเราควรจะใช้กล้อง วงจรปิด ให้มีอายุการใช้งานอย่างน้อย 5 ปี